Blog

ArchiCAD Thai Society / Article  / “Where should I start BIM?” เริ่มต้น BIM จากตรงไหนดี???

“Where should I start BIM?” เริ่มต้น BIM จากตรงไหนดี???

Where should I start BIMหลายคนที่อยากจะใช้ BIM ก็คงมีคำถามตัวเองเหมือนกันว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะ?

ซึ่งการจะเริ่มอะไรสักอย่างก็ต้องยอมรับผลของการเปลี่ยนแปลงด้วย ขั้นเเรกต้องเปิดใจก่อนคะซึ่งได้เเชร์เทคนิคสำหรับการใช้ BIM ให้ประสบผลสำเร็จ ไปแล้วในคอลัมก่อนหน้านี้สำหรับคอลัมนี้ก็ขอเเบ่งปันแนวคิดที่คิดว่าจะสามารถเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จะเริ่มต้นใช้ BIM

เราควรเริ่มทำความรู้จัก BIM จากตรงไหน?

ก่อนอื่นต้องศึกษาและทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์พื้นฐาน รวมทั้งคำศัพท์ที่ใช้กันในกระบวนการของ BIM เสียก่อน ตลอดจนไตรตรองถึงประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ พิจารณางานในปัจจุบันของคุณเพื่อหาวิธีจัดการข้อมูล และหากระบวนการที่จะสามารถทำงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้เทคนิคดิจิตอลเข้ามาช่วยในกรณีที่จะต้องมีการลงทุนในเรื่องของซอฟต์แวร์ ส่วนในเรื่องของการฝึกอบรมนั้นจะต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพของโปรแกรมและบุคคลากรในระยะยาวด้วย ว่ามีศักยภาพพอไหมเริ่มโครงการนำร่องและเรียนรู้จากโครงการนี้ให้ได้มากที่สุดโดยสร้างทีมดูแลที่พร้อมจะเริ่ม BIM และมีความตั้งใจจริงหรือไม่ เพราะหากโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ ลูกทีมของคุณนี่แหละที่จะเป็นคนกระตุ้นให้รุ่นต่อๆ ไปที่จะใช้ BIM กับโครงการใหม่ในอนาคต แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจริงจังของตัวคุณเองด้วยเช่นกัน

แล้วลูกค้าควรจะเริ่มอย่างไง?

หากคุณกำลังจะหาคนมาทำโครงการ คุณก็คงไม่อยากได้ผู้รับเหมาที่ไม่ดีหรอกใช่ไหม เเละเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ ในฐานะลูกค้าคุณมีสิทธิต่อรองมากกว่าอยู่เเล้ว บอกเจตนาให้ผู้รับเหมาหรือผู้ออกแบบได้รู้ไปเลยถึงความต้องการใช้ BIM ของคุณ เพราะหากเขารู้เเล้วเขาก็ต้องหาวิธีมาสนับสนุนเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายอย่างเเน่นอน เพราะเทคโนโลยีมันทำให้ผู้ลงทุนได้เห็นถึงข้อมูลต่างๆ ที่คุณสามารถร้องขอได้ (Employers Information Requirements’ (EIRs) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะสามารถแสดงให้คุณเห็นถึงความคุ้มค่าที่ลงทุนไปในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การกำหนดราคา การก่อสร้างรวมถึงความสวยงามก่อนขึ้นโครงการด้วย และคุณยังสามารถนำข้อมูลนี้ส่งต่อไปยังผู้รับเหมาอื่นได้อีกด้วย เช่น ระบบ MEP เป็นต้น

แล้วนักออกแบบควรเริ่มจากตรงไหน?

หลักการสำคัญคือ คุณต้องพิจารณาว่างานที่ทำอยู่นี้จะสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้อย่างไร ข้อมูลที่ว่าคือ ข้อมูลกราฟฟิค เช่น Drawing และข้อมูลที่ไม่ใช่กราฟฟิค เช่น ตารางเวลา เป็นต้น และต้องคำนึงถึงการแบ่งปันข้อมูลไปยังเพื่อนร่วมงานของคุณโดยผ่านระบบดิจิตอล  (The common data environment – CDE) BIM มักจะแสดงผลเป็นแบบ 3 มิติ หากคุณไม่ได้ทำเป็น 3 มิติ มันก็จะยากหน่อย แต่ก็ฝึกได้ ซึ่งก็แน่นอนที่งานประเภทนี้ต้องมีการลงทุนในเเง่ของเครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงลงทุนด้านซอฟต์แวร์ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากจะให้มองถึงผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้นด้วย

ที่ปรึกษาโครงการควรจะเริ่มจากตรงไหน?

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นที่ปรึกษาด้านไหน แต่ขอ้แนะนำนี้ขอเสนอให้กับผู้บริหารการบริหารจัดการโครงการ และที่ปรึกษาเรื่องค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้จัดการโครงการ  Project Managers ท่านจะต้องทำความคุ้นเคยกับกระบวนการต่างๆ ของ BIM ศึกษากระบวนให้ถ่องแท้ รู้จริงทุกขั้นตอน เพราะท่านต้องบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ที่ต้องมีการแบ่งปันข้อมูลที่จะใช้ร่วมกัน

สำหรับที่ปรึกษาด้านค่าใช้จ่าย Cost Consultants คุณจะต้องเข้าใจกระบวนการของการเชื่อมโยงข้อมูลค่าใช้จ่ายในส่วนของที่อยู่ในรูปแบบการสร้างข้อมูลประมาณการ กระบวนการนี้ศัพท์ทาง BIM เค้าเรียกกันว่า 5D BIM

ผู้ผลิตควรเริ่มอย่างไร?

พิจารณาสิ่งที่ลูกค้าต้องการเกี่ยวกับข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคุณ และเมื่อพวกเขาต้องการ ต้องหาวิธีที่จะเข้าถึงได้ง่ายที่สุด แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสินค้าที่คุณผลิต หากข้อมูลผลิตภัณฑ์มันอยู่ในรูปแบบ 3D มันก็ลิ้งข้อมูลได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้คนถือข้อมูลมากเกินไป เช่น เราอยากได้ข้อมูลนี้ก็ต้องไปถามคนนี้ ข้อมูลนั้นต้องไปถามคนนั้น แต่หากคุณใช้ BIM ก็แค่อัพโหลดสินค้าไปลง lib ออนไลน์ พอนักออกแบบจะใช้ก็โหลดเอาไป ไม่ต้องไปกังวลที่จะเปิดให้โหลดฟรี เพราะมันทำให้คนเข้าถึงได้ง่าย เเละเป็นโอกาสที่ดีที่เจ้าของโครงการจะเลือกใช้วัสดุของคุณ

และที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เป็นเพียงแค่คำแนะนำบางส่วน สำหรับก้าวแรกที่คุณจะเริ่มไปสู่โลกของ BIM อย่างเต็มตัวทั้งนี้จุดเเข็งของ BIM คือ การทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมทีมของคุณได้อย่างไม่มีสะดุด ผู้เขียนก็หวังว่าท่านจะเริ่มทำความเข้าใจกับขั้นตอนแรกก่อน เพราะขั้นตอนต่อไปก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน อยู่ที่ใครจะเริ่มต้นได้ดีเเละเร็วกว่า

บทความ : 2P Monkey