Blog

ArchiCAD Thai Society / Customers Success  / BIM ต่อยอดจินตนาการสานฝันสู่ความเป็นจริง

BIM ต่อยอดจินตนาการสานฝันสู่ความเป็นจริง


Tripeera_01

การออกแบบงานสถาปัตยกรรมเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยต้องนำเอาองค์ความรู้ต่างๆ มาเป็นแนวทางปรับใช้ต่อยอดจินตนาการสานฝันสู่ความเป็นจริง และให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ส่วนด้านการดำเนินงานต้องประกอบไปด้วย สถาปนิก วิศวกร และช่างเขียนแบบ ซึ่งต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม จะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี การใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบที่เหมาะสมก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งเช่นกันในการสร้างผลงานให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป

Tripeera_02

วันนี้ทีมงานมีโอกาสพบปะพูดคุยกับคุณเกียรติคุณ จิระวัฒน์วิสุทธิ์ และคุณฐากร ปาลิเอกวุฒ์ คู่หูนักบริหาร บริษัท ไตรพีระ จำกัด บริษัทฯ ที่เชี่ยวชาญด้านงานสถาปัตยกรรมแบบครบวงจร ทั้งงานสำรวจพื้นที่, งานออกแบบสถาปัตยกรรมและงานระบบวิศวกรรม, งานออกแบบตกแต่งภายใน, งานบริหารโครงสร้างก่อสร้าง ด้วยทีมสถาปนิกและวิศวกรที่มากด้วยประสบการณ์ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลากหลายองค์กรชั้นนำในประเทศไทย

อะไรเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้หันมาสนใจ และเลือกใช้เทคโนโลยี BIM

รูปแบบการทำงานของเราเมื่อก่อนนี้ก็น่าจะเหมือนกับบริษัททั่วๆ ไปคือ เริ่มต้นจาก 2 มิติ และทำแบบร่างให้กับลูกค้าเป็นลักษณะของภาพ ด้วยการสเก็ตเป็น 3 มิติ ซึ่งการที่สถาปนิกหรือดีไซเนอร์เป็นคนคิดแน่นอนว่าเราจะคิดเป็นภาพ 3 มิติ อยู่แล้ว แต่การทำงานแบบเดิมทำให้เกิดอุปสรรคในการถ่ายทอดความคิดและสื่อสารกับลูกค้า คือค่อนข้างใช้เวลาเยอะนะครับ บางครั้งลูกค้าก็อาจจะเกิดความไม่เข้าใจหรือว่าไม่ครอบคลุม แต่ในปัจจุบันพอมีเทคเทคโนโลยี มีระบบ BIM เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้การสื่อสารง่ายขึ้น ภาพที่เราเห็นกับภาพที่ลูกค้าเห็นคือภาพเดียวกัน ภาพที่เราคิดกับภาพที่ลูกค้าคิดคือภาพเดียวกัน ซึ่งจริงๆ เราก็รู้จัก BIM มานานแล้วนะ เพียงแต่ในบ้านเรายังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก และที่เลือกใช้เพราะทำให้เราสามารถนำเสนอผลงานให้กับลูกค้าได้ตรงตามอย่างที่เราคิด และสะดวกในการใช้งาน ช่วยประหยัดเวลามากขึ้น จะมีหลายส่วนที่ BIM จะไม่เหมือนซอฟต์แวร์ตัวอื่น ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็คงต้องใช้เวลาในการศึกษา แต่พอเราเข้าใจก็ช่วยให้งานรวดเร็วขึ้น งานที่ออกมาก็มีความแม่นยำมากขึ้น ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจครับ

มุมมองต่อการใช้งาน ArchiCAD BIM

เราเป็นบริษัทด้านการออกแบบที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อที่จะตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า เราทำงานอย่างตรงเวลาและมีการให้บริการที่รวดเร็ว ด้านการออกแบบเราได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการพัฒนาและนำเสนองานลูกค้า งานของไตรพีระส่วนใหญ่เป็นงานต่อเนื่องซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ทำแข่งกับเวลาทั้งสิ้น ตัวอย่างกลุ่มลูกค้า เช่น เทสโก้ โลตัส, บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัทในเครือ SCG ซึ่งอุปสรรคในการทำงานของเราในช่วงแรกๆ จะมีปัญหาในเรื่องของการทำแบบ 2 มิติ เราก็ต้องพัฒนา และหาเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีขึ้น ตลอดจนเพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญให้มากขึ้น เพื่อย่นเวลาในการทำงานให้เร็วขึ้น สามารถนำเสนอรูปแบบของงานให้ได้ดีที่สุด และให้มีความพร้อมเพื่อรองรับงานใหญ่ๆ

Tripeera_03

เราได้นำ ArchiCAD เข้ามาใช้ตั้งแต่เริ่มการออกแบบ เขียนแบบ การถอดพื้นที่ประมาณราคา นำเสนอลูกค้า ซึ่งเดิมทีเราออกแบบโดย 2 มิติ เขียนแบบจากโปรแกรมอีกโปรแกรมนึง และนำเสนอภาพ 3 มิติ จากอีกโปรแกรมนึง แล้วถึงนำไปพรีเซนต์ลูกค้า แต่ปัจจุบันคือสามารถใช้ ArchiCAD ตัวเดียวก็สามารถนำไปใช้พรีเซนต์งานได้ นำไปใช้ในการเขียนแบบก่อสร้างได้ แต่ช่วงนี้เราก็ยังไม่ได้เปลี่ยนมาทำงานบนระบบ BIM 100% ยังใช้แบบผสมอยู่นะครับ ส่วนนึงก็เป็นเรื่องของความพร้อมของตัวเราเองด้วยที่ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว จริงๆ ซอฟต์แวร์ ArchiCAD ทำให้ผู้ใช้ต้องวางแผนในการทำงานตั้งแต่ต้น ซึ่งผมว่าดีนะครับ ทำให้เราทำงานเป็นระบบมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย อีกอย่างนึงคือ ถ้าเราทำงานบนระบบ BIM เราจะเห็นปัญหาตั้งแต่ตอนที่ออกแบบ อย่างเช่น เวลาเราทำแบบ 2 มิติ เราออกแบบบันไดขึ้นไปตรงๆ บางครั้งเราก็ลืมนึกถึงว่า ถ้าเราขึ้นไปตรงๆ อาจจะไปชนกับบางอย่างด้านบน แต่หากเราเขียนแบบ 3 มิติ ก็จะเห็นปัญหาตั้งแต่ต้นด้วยการเห็นมุมมองได้หลายมิติมากกว่าจะทำให้เราผิดพลาดน้อยลง มองเห็นรูปแบบในจิตนาการของเราได้ครบถ้วนมากขึ้น หลายมุมมอง หลายมิติ ช่วยทำให้การออกแบบของเราพัฒนาขึ้น มุมมองที่จะนำเสนอลูกค้าก็จะละเอียดและถูกต้องมากขึ้นด้วยครับ ส่วนความเป็นจริงของการออกแบบ ไม่มีแบบงานไหนที่เราออกแบบมาแล้วสมบูรณ์ไม่ต้องแก้ไข หากเป็นรูปแบบเดิมที่เป็นกระดาษ การแก้ไขก็จะเกิดความล่าช้า ยิ่งแก้ แบบก็จะช้ำ ส่วนการแก้ไขในรูปแบบ 2 มิติ ก็ต้องแก้ทีละจุด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้หากเราแก้ไขไม่ครบ แต่สำหรับการแก้ไขบน ArchiCAD หากเราแก้ไขเพียงจุดเดียว ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องก็จะถูกอัพเดทแก้ไขไปด้วย ช่วยป้องกันการทำงานผิดพลาดไปได้เยอะ

Tripeera_0ภTripeera_05Tripeera_06

ในส่วนด้านบริการหลังการขายของ ArchiCAD สำหรับผมทางบริษัท แอพพลิแคด จำกัด ให้การบริการอย่างใกล้ชิด เมื่อเราตัดสินใจซื้อซอฟต์แวร์มาก็ต้องการที่จะได้ใช้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทางแอพพลิแคดก็สนับสนุนเรื่องของการอบรม การตอบคำถาม และให้ความช่วยเหลือเวลาที่ติดปัญหา ซึ่งโดยส่วนตัวในภาพรวมของทีมงานไตรพีระ มีความพึงพอใจกับการบริการจากแอพพลิแคดครับ

Tripeera_08

เสียงตอบรับจากลูกค้า ไตรพีระ

ลูกค้าพอใจครับ สามารถขายงานได้ เรานำเสนอราคาพร้อมกับแจ้งลูกค้าว่า งานของเราจะทำด้วยระบบ BIM ลูกค้าเองก็ตื่นเต้นและมีความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งทางลูกค้าก็เข้าใจนะครับว่าการทำงานระบบ BIM เป็นการทำงานแบบ 3 มิติ สามารถเห็นภาพในสิ่งที่เค้ากำลังจะให้เราออกแบบได้ ทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะมอบงานนี้ให้เราดูแล

ซึ่งในปัจจุบันนี้ หากว่าลูกค้ามีความต้องการหรือมีไอเดียที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และเดินเข้ามาหาไตรพีระ เราสามารถให้บริการได้ครอบคลุมตั้งแต่การช่วยคิด ช่วยแนะนำ จนไปถึงเรื่องของการออกแบบ วางแผนโครงการ จัดการโครงการ กำหนดรายละเอียดเรื่องงบประมาณ และแผนงาน เราให้บริการได้อย่างครบวงจรเลยครับ

Tripeera_07

มองอนาคตงานสถาปัตยกรรมกับเทคโนโลยี BIM ไว้ที่จุดใด ทำไมจึงมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน

ผมคิดว่าสาเหตุที่คนไทยยังไม่นิยมใช้เทคโนโลยี BIM ก็เพราะว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากนัก บางทีชินที่จะใช้ของเดิมๆ ที่ใช้อยู่ประจำ ก็ไม่อยากเรียนรู้ใหม่ แต่ถ้าลองเปิดโอกาสและเข้าไปพิจารณาสิ่งใหม่ๆ ซึ่งในบางครั้งเราก็จะเจอจุดดีของเค้าที่แตกต่างกว่าสิ่งที่เราทำอยู่ก็ได้ อาจจะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนความคิดซักนิดนึงเพื่อให้คนเริ่มเข้าใจเสียก่อน แต่ในอนาคตทิศทางของการนำ BIM ไปใช้เพื่อการแข่งขันในตลาดออกแบบน่าจะค่อนข้างดี เพราะครอบคลุมการใช้งาน และยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก หากเราใช้จนชำนาญก็สามารถช่วยลดเวลาในการทำงานได้ดี ลูกค้าพอใจมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงเราจะใช้อะไรในการนำเสนอลูกค้าก็ได้ แต่ถ้าใช้ BIM ก็สามารถเข้ามาช่วยให้ตอบโจทย์ได้มากขึ้น

ผมว่าโลกทุกวันนี้เป็นโลกของการเปลี่ยนแปลง และก็เปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น เปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีที่ใหม่ขึ้น เพราะฉะนั้นการประกอบอาชีพหรือการทำงานในทุกๆ สายอาชีพ ต้องกล้ายอมรับที่จะเปลี่ยนแปลง ผมขอยกตัวอย่างว่า เมื่อก่อนเรายังเปลี่ยนจากการนั่งเขียนแบบบนโต๊ะโดยใช้กระดาษไข มาสู่การเขียนแบบด้วยซอฟต์แวร์โดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งตอนแรกๆ ก็ยากเหมือนกัน การใช้ระบบ BIM จึงเป็นนวัตกรรม เป็นเทคโนโลยีที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในงานก่อสร้าง

ทุกๆ องค์กรควรจะใช้ระบบ BIM เพราะมีความจำเป็น ประเทศของเราต้องมีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาคาร รวมถึงการออกแบบอาคาร จากการถือกระดาษเป็นเล่มๆ เป็นร้อยเป็นพันแผ่นสำหรับอาคารหนึ่งอาคาร เราควรจะเปลี่ยนมาเก็บในรูปแบบดิจิตอล เพื่อที่จะสามารถดึงข้อมูลกลับมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ สามารถที่จะโฟกัสไปที่ปัญหาของอาคาร การต่อเติม การใช้สอยได้ ผมคิดว่ามันจำเป็นมากๆ และอนาคตอันใกล้นี้เราควรจะต้องปรับเปลี่ยนกัน

บทความ: กองบรรณาธิการ